ศาลยุติธรรม


วันนี้ (๕ มีนาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๔ นาฬิกา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา และคณะตรวจเยี่ยมศาลจังหวัดเพชรบุรีและศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับฟังและหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการบริหารจัดการคดีและระบบงานธุรการ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานต่อไป


ระหว่างการตรวจเยี่ยม ประธานศาลฎีกากล่าวชื่นชมและขอบคุณผู้บริหาร ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม ผู้อำนวยการ และบุคลากรทุกท่านที่ร่วมกันปฏิบัติราชการให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเรียบร้อย สะท้อนถึงความตั้งใจในการทำงานของทุกส่วนงาน และยังร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของประธานศาลฎีกา อย่างเต็มกำลังเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในท้องที่


สำหรับการดำเนินงานตามนโยบายประธานศาลฎีกา “โครงการศาลยุติธรรมเพื่อประชาชน” ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี ได้ดำเนินโครงการ “ปันน้ำใจ มอบไออุ่นสู่เด็กพิเศษ” ซึ่งเป็นโครงการเลี้ยงอาหาร บริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค และมอบของขวัญเนื่องในโอกาสปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ ให้แก่เด็กพิเศษ ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดเพชรบุรี และโครงการ “ปันสุขด้วยรอยยิ้ม เติมเต็มบุคลิกภาพน้อง” ซึ่งเป็นโครงการประสานความร่วมมือกับโรงเรียนสารพัดช่าง เพื่อไปบริการตัดผมให้แก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ เพชรบุรี


ในการนี้ นายชวลิต ช่างสลัก อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๗ พร้อมคณะผู้บริหาร นายเอก ขำอินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเพชรบุรี และนายสิงห์ฐาน จันทรา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบุรี คณะผู้พิพากษา และบุคลากรร่วมให้การต้อนรับและหารือข้อราชการ โดยมีนายเกรียงไกร จรรยามั่น เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายสญชัย กีรติกฤติยานนท์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา และนายวิญญู พิชัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ร่วมคณะตรวจเยี่ยมด้วย


เกร็ดความรู้
ในปี ๒๔๔๑ ศาลเมืองเพชรบุรีอยู่ในศาลมณฑลราชบุรี ในสมัยนั้น ศาลเมืองเพชรบุรีจะมีอาคารศาลแต่เดิมมาอย่างไรนั้นไม่ปรากฏหลักฐาน มีเพียงภาพถ่าย ศาลเก่า ๒ ภาพ คือรูปถ่ายศาลเก่ารูปหนึ่งมีจารึกที่ตัวอาคารศาลว่า ร.ศ. ๑๒๗ กับรูปที่รื้อไปคราวสร้างศาลปัจจุบันอีกรูปหนึ่ง มีข้อความบันทึกใต้รูปว่า เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๔๗๘ ทราบแต่เพียงว่าศาลเดิมเป็นตึก เพราะเมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเมืองเพชรบุรี เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๔๔๗ ผู้ว่าราชการเมืองอ้างรับสั่งพระเจ้าน้องยาเธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เพื่อเอาศาลเมืองเพชรบุรีทำเป็นพลับพลาที่ประทับสำหรับเจ้านายที่ตามเสด็จ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ร.ศ. ๑๒๓ กระทรวงมหาดไทยได้อ้างรับสั่งของพระเจ้าน้องยาเธอฯ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย แจ้งมายังกระทรวงยุติธรรมว่า เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเมืองเพชรบุรีนั้น ทรงพระราชดําริไว้ว่า เมืองเพชรบุรีควรที่จะต้องมีที่พักรับรองเจ้านายและข้าราชการซึ่งจะเดินทางไปมา ตึกที่เป็นศาลเหมาะกว่าที่อื่น ในปี ๒๔๔๘ กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลขึ้นใหม่เป็นตึกชั้นเดียว ในพื้นที่ดินของทางราชการซึ่งติดต่อกับที่ว่าการเมือง โดยขอแบ่งจากผู้ว่าราชการเมือง เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๔๐ และสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนธันวาคม ๒๔๕๒ คือศาลที่มีรูปถ่ายปรากฏอยู่และมีคําจารึกไว้ที่ตัวอาคารว่าสร้างเมื่อ ร.ศ. ๑๒๗ ดังกล่าวแล้วนั้น ต่อมาถึง ในปี ๒๔๗๐ เริ่มชํารุดแตกร้าวได้จัดการซ่อมแซมหลายครั้ง ในที่สุดกระทรวงยุติธรรมได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยส่งนายช่างกรมโยธาเทศบาลมาตรวจ นายช่างแนะนําให้รื้อแล้วสร้างใหม่ กระทรวงยุติธรรมจึงได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม่ในพื้นที่ดินแปลงเดิม ลงมือสร้างเมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๔๗๘ แล้วเสร็จส่งมอบเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๔๗๙ ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๔๗๙ คือศาลหลังที่รื้อไป
ต่อมา บ้านเมืองเจริญขึ้น ประชากรเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีคดีความขึ้นสู่ศาลมากขึ้น อาคารที่ทำการหลังเก่าก็ทรุดโทรม แตกร้าวและคับแคบ ไม่สะดวกต่อการทำงานและให้บริการแก่ประชาชน กระทรวงยุติธรรมจึงได้ขออนุมัติรื้ออาคารหลังเดิม และสร้างอาคารที่ทำการศาลหลังใหม่ขึ้นแทน เป็นอาคาร ๒ ชั้นหลังคาทรงไทย เปิดทำการเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๑๑ ขณะนั้นมีห้องพิจารณาคดี ทั้งหมด ๗ ห้อง ซึ่ง ๑ ใน ๗ ห้องนั้น จัดไว้สํารองเพื่อเป็นศาลแขวง และมีห้องทำงานของผู้พิพากษา ๑ ห้อง ต่อมาหน่วยงานคุมประพฤติและบังคับคดี ได้มาขอใช้สถานที่ จึงได้ดัดแปลงห้องพิจารณาคดีที่ชั้นล่าง ซึ่งสํารองไว้สำหรับศาลแขวงให้ เป็นที่ทำการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเพชรบุรี และดัดแปลงห้องที่เตรียมไว้เป็นห้องทำงานธุรการศาลแขวงให้เป็นสำนักงานบังคับคดีประจำศาลจังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันสำนักงานบังคับคดีได้ย้ายออกไปแล้ว ปีงบประมาณ ๒๕๓๙ กระทรวงยุติธรรมได้รับงบประมาณก่อสร้างต่อเติมอาคารศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยอนุมัติให้สร้างเพิ่ม ๑ หลัง เพื่อช่วยบริการประชาชนและการพิจารณาคดี ให้เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ดังนั้นอาคารศาลจังหวัดเพชรบุรีหลังใหม่จึงถูกสร้างต่อเติมขึ้น บริเวณหลังอาคารศาลหลังเดิม เป็นอาคารสมัยใหม่ประกอบด้วยห้องพิจารณาคดี ๖ ห้อง ซึ่งเมื่อรวมกับห้องพิจารณาคดีที่อาคารหลังเก่าแล้ว รวมเป็น ๑๒ ห้อง มีการปรับปรุงสถานที่เป็นห้องพิจารณาคดีเด็ก เพิ่มขึ้นต่างหากอีก ๑ ห้อง นอกจากนี้ยังมีห้องพักผู้พิพากษา ห้องพักอัยการ ห้องพักทนาย ห้องประชุม ห้องสมุด และห้องเจ้าหน้าที่ธุรการ โดยได้เปิดทำการมาตั้งแต่ ๘ มีนาคม ๒๕๔๒ เนื่องจากอาคารศาลจังหวัดเพชรบุรีใช้มานานจึงมีสภาพเก่าและชํารุดทรุดโทรม ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก จําเป็นต้องได้รับการปรับปรุงและซ่อมแซมโดยด่วน ปัจจุบันศาลจังหวัดเพชรบุรีได้รับจัดสรรงบประมาณรายการปรับปรุงต่อเติมอาคารศาลจังหวัดเพชรบุรี และดำเนินการแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๔







|