ศาลยุติธรรม
Court of Justice

ข่าวสารและกิจกรรม
image

ศาลยุติธรรม

นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวให้โอวาทแก่คณะผู้พิพากษาประจำศาล (ผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 70)
image

image รูปภาพ
image
image
image
image

วันนี้ (8 พฤษภาคม 2563) ที่ห้องประชุมใหญ่ ศาลฎีกา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวให้โอวาทแก่คณะผู้พิพากษาประจำศาล (ผู้ช่วยผู้พิพากษา รุ่นที่ 70) จำนวน 103 คน ซึ่งจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลในภูมิภาค ในวันที่ 12 พ.ค. 63

ประธานศาลฎีกาได้กล่าวว่า “...สิ่งที่พึงปฏิบัติในขณะรับราชการทั้งในเรื่องการครองตน ครองคน และครองงาน ทุกๆ เรื่องนั้น ถือว่ามีความสำคัญเหมือนๆ กัน การครองคนในส่วนของผู้ใต้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ศาล หรือการครองงาน มีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคอยกำกับดูแลและให้คำปรึกษา แต่ที่จะเป็นปัญหาคือการครองตน เพราะเมื่อการครองตนมีปัญหา ก็จะส่งผลต่อการทำงานด้วย  การวางตนในบทบาทและสถานะที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ การมีบุคลิกที่สุภาพอ่อนน้อมจะเป็นที่ชื่นชมจากทุกๆ ฝ่าย แต่ในขณะเดียวกัน ต้องมีความหนักแน่นในความสุจริต ยึดมั่นในหลักกฎหมายและความยุติธรรม รวมทั้ง มีความระมัดระวังและรอบคอบในเรื่องของการแต่งกายและการคบหาสมาคมกับบุคคลต่างๆ

ขอให้มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ การใช้ดุลพินิจในข้อเท็จจริง เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การขอความเห็นหรือคำปรึกษาจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษาหัวหน้าคณะซึ่งจับคู่เป็นองค์คณะกับเรา ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเสียฟอร์ม แต่เป็นการรับฟังความเห็น ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ดุลพินิจอิสระก็ยังคงเป็นของเรา

คำพิพากษานั้นไม่ใช่คำพิพากษาส่วนตัว แต่เป็นของสถาบันศาลยุติธรรม การรับฟังข้อเท็จจริงที่ต่างกันไม่ใช่ปัญหา แต่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน จะนำมาซึ่งปัญหาความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน..."

ประธานศาลฎีกากล่าวเพิ่มเติมว่า “...การขึ้นนั่งพิจารณาคดี ต้องให้ความสำคัญกับการขึ้นครบองค์คณะ และการตรงต่อเวลาถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเวลาของทุกคนมีค่าเท่ากัน ในสภาวการณ์ปัจจุบัน สถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 อาจจะไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อกลับสู่สภาวการณ์ปกติแล้ว จะเริ่มมีปัญหาเกิดขึ้นได้  การทำงานคดีในต่างจังหวัดนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นคดีในประเภทเดิม ๆ มีข้อดีคือเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ แต่มีข้อเสียคือเกิดเป็นความเคยชิน และทำให้ตัวเราไม่ได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อกฎหมายใหม่ ๆ จึงสมควรที่จะจัดสรรเวลาว่างเพื่อศึกษาและค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติม และไม่ควรจำกัดเฉพาะความรู้ในด้านกฎหมายเพียงอย่างเดียว...”