Accessibility Tools

image

ศาลยุติธรรม

ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุม “การขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกาด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและความมั่นคงของสังคม”image

          วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568  เวลา 09.00 นาฬิกา นางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในการประชุม “การขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกาด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและความมั่นคงของสังคม” ณ ห้องประชุม 409 และห้องประชุม 412 ชั้น 4 อาคารศาลฎีกา โดยมีคณะทำงานพัฒนาระบบงานตรวจสอบการคุมขังและงานกำกับดูแลการปล่อยตัว และเลขานุการศาลฎีกาเข้าร่วมประชุม

        ในการนี้ อธิบดีผู้พิพากษากลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพฯ และอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 - ภาค 7 และภาค 9 รวมทั้งรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 8 เข้าร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Zoom Meeting)

        ประธานศาลฎีกาแจ้งที่ประชุมทราบถึงการดำเนินงานตามนโยบายประธานศาลฎีกา ประจำปี 2567 - 2568 ด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและความมั่นคงของสังคม โดยมีการแต่งตั้ง “คณะทำงานพัฒนาระบบงานตรวจสอบการคุมขังและงานกำกับดูแลการปล่อยตัว” มีอำนาจหน้าที่พิจารณาปรับปรุงระบบงานตรวจสอบการคุมขังและงานกำกับดูแลการปล่อยตัว ส่งเสริม สนับสนุน และแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศาลและผู้พิพากษาเกี่ยวกับการดำเนินการและพิจารณาคำร้องขอฝากขังและคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของศาล ให้เป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 ข้อบังคับประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

        ที่ประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนาระบบงานตรวจสอบการคุมขังและงานกำกับดูแลการปล่อยตัว(ขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องขอฝากขังและปล่อยชั่วคราว) โดยมีกลุ่มศาลอาญาในกรุงเทพฯ ศาลในสังกัดสำนักงานอธิบดีภาค 1 ถึงภาค 9 เป็นศาลนำร่อง และสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคจัดตั้งคณะทำงานในการดำเนินการดังกล่าว เพื่อประสานงานกับคณะทำงานพัฒนาระบบงานตรวจสอบการคุมขังและงานกำกับดูแลการปล่อยตัว ในการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกาด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและความมั่นคงของสังคม ให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อขยายไปยังศาลทั่วประเทศต่อไป