<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?>
        <rss version='2.0'>
        <channel>
            <title>ข่าวกิจกรรมผู้บริหาร</title>
            <link>https://www.coj.go.th/th/content/category/articles/id/4/cid/8/</link>
            <description>RSS Feed | Main Site</description>
            <language>th</language><item>
                <title>เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลง 2 ปีเผชิญโควิด ใช้เทคโน ฯ ระบบออนไลน์ SMART COURT จัดการคดีไม่คั่งค้าง ปี 2565 ต่อยอดดูแลผู้บริโภควิถีใหม่ ตั้งแผนกซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง ฟ้องผ่านระบบ e-Filing ได้ พร้อมให้ศูนย์ TBMC ไกล่เกลี่ยคดีหนี้การเงิน/ครัวเรือน ย้ำความยุติธรรมเข้าถึงง่าย ศาลพร้อมเป็นที่พึ่งประชาชนทุกทาง</title>
                <link>https://www.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/8/iid/276819/</link>
                <description>&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;วันนี้ (14 มกราคม 2565) นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;br /&gt;
ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของศาลยุติธรรมในรอบปี 2564 ว่าในรอบปีที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน&lt;br /&gt;
รวมทั้งศาลยุติธรรมเองต่างต้องเผชิญกับวิกฤติโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19&lt;br /&gt;
ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ แต่ในขณะเดียวกันคดีความต่าง ๆ ที่ฟ้องต่อศาลยุติธรรม&lt;br /&gt;
ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คู่ความและประชาชนต่าง ๆ มีความเดือดร้อน และต้องการให้ศาลเป็นที่พึ่ง&lt;br /&gt;
การบริหารจัดการคดีที่ไม่ทันท่วงที ย่อมทำให้ความเดือดร้อนและปัญหาของประชาชนต้องเนิ่นนานออกไปด้วย ด้วยเหตุนี้แม้จะประสบปัญหาวิกฤติโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ศาลยุติธรรมยังมุ่งมั่น&lt;br /&gt;
ที่จะอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ทุกท้องที่ ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างที่สุด ศาลยุติธรรมจึงนำเทคโนโลยีและพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีอยู่&lt;br /&gt;
ของ SMART COURT มาอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างเต็มที่ในทุกช่องทางที่กฎหมาย&lt;br /&gt;
สามารถดำเนินการได้โดยไม่ทำให้คดีต่าง ๆ ต้องสะดุดหยุดลงหรือกระทบต่อประโยชน์&lt;br /&gt;
แห่งความยุติธรรมของคู่ความ และคุ้มครองสิทธิทางคดีของผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลยด้วย&lt;br /&gt;
โดยยังสามารถคุ้มครองสุขอนามัยของคู่ความและประชาชนที่ต้องติดต่อราชการของศาล&lt;br /&gt;
ไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นด้วยเหตุที่ต้องมาศาล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ในรอบปีที่ผ่านมาสถิติการพิจารณาพิพากษาคดีนับตั้งแต่เดือน ม.ค.- ธ.ค.64 ซึ่งได้มีการนำเทคโนโลยีและกระบวนการพิจารณาอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ประกอบกับการบริหารจัดการคดีที่จะมีการ&lt;br /&gt;
นัดพิจารณาคดีตามแนวทางที่คณะอนุกรรมการศึกษา ติดตามและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กำหนดมาตรการ&lt;br /&gt;
พบว่า ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกา พิจารณาพิพากษาคดีเสร็จทั้งสิ้น 1,194,804 คดี&lt;br /&gt;
จากปริมาณคดีค้างเก่าและคดีรับฟ้องใหม่รวม 1,560,026 คดี (แบ่งเป็นคดีแพ่ง 1,030,906 คดี และคดีอาญา 529,120 คดี) โดยขณะนี้ปริมาณคดีค้างพิจารณาคงเหลือจำนวน 365,222 คดี&lt;br /&gt;
(คิดเป็นร้อยละ 23.41)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ส่วนข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร สูงสุด 10 อันดับได้แก่&lt;br /&gt;
1) พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ 292,835 ข้อหา 2) บัตรเครดิต 155,801 ข้อหา 3) สินเชื่อบุคคล 133,954 ข้อหา 4) พ.ร.บ. จราจรทางบก 103,407 ข้อหา 5) กู้ยืม 101,551 ข้อหา&lt;br /&gt;
6) ขอจัดการมรดก 90,440 ข้อหา 7) เช่าซื้อ (รถยนต์) 62,986 ข้อหา 8) ค้ำประกัน 49,386 ข้อหา 9) พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ.2478 35,747 ข้อหา 10) ละเมิด 33,021 ข้อหา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;รอบปีที่ผ่านมาในด้านการพิจารณาพิพากษาคดีจึงนำ &amp;quot;วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;quot;&lt;br /&gt;
มาใช้เป็นหลักทั้งในคดีแพ่งและอาญา โดยคำนึงถึงความพร้อมของคู่ความทั้งสองฝ่ายตามข้อกำหนด&lt;br /&gt;
ของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 ซึ่งกำหนดหลักการรองรับให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเอกสารในสำนวนความ&lt;br /&gt;
การยื่น-ส่ง หรือรับเอกสาร การนั่งพิจารณา การบันทึกคำเบิกความพยาน การรับฟังพยานหลักฐาน&lt;br /&gt;
การทำคำพิพากษา อุทธรณ์และฎีกา สามารถดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือกระทำ&lt;br /&gt;
ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การดำเนินกระบวนการพิจารณาเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว เที่ยงธรรม&lt;br /&gt;
ไม่ทำให้สิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความลดน้อยลง ซึ่งตลอดปี 2564 ศาลอนุญาตให้ใช้การพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสิ้น 330,631 ครั้ง จากการขอใช้ทั้งหมด 364,290 ครั้ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;การส่งเสริมให้มีการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้นในศาลชั้นต้น นอกจากช่วยลดขั้นตอน&lt;br /&gt;
และค่าใช้จ่าย ยังลดการเดินทางมาศาลที่ไม่จำเป็นของคู่ความด้วย ด้วยเหตุที่วิธีพิจารณาดังกล่าว&lt;br /&gt;
ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ในปีนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้ศาลชั้นต้นทั่วประเทศ&lt;br /&gt;
เพื่อดำเนินการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ครบทุกบัลลังก์ เพื่อรองรับการพิจารณาคดีวิถีใหม่ New Normal ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อเพิ่มช่องทางในการดำเนินกระบวนพิจารณาทางออนไลน์ให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนกระบวนพิจารณาไปสู่วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น จำเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;
ที่บุคคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกศาลยุติธรรมต้องมีความพร้อมด้วย สำนักงาน&lt;br /&gt;
ศาลยุติธรรมจึงวางโครงการที่จะจัดอบรมหลักสูตรการพิจารณาคดีออนไลน์ให้กับเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์&lt;br /&gt;
รวมถึงทนายความ เพื่อให้สามารถดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ในการบริหารจัดการคดีที่คั่งค้างอันเนื่องจากมีการเลื่อนนัดพิจารณาในช่วงที่ COVID-19&lt;br /&gt;
ระบาดหนักนั้น ยังได้ดำเนิน &amp;quot;โครงการเปิดทำการศาลนอกเวลาราชการเพื่อเร่งรัดการพิจารณาพิพากษาคดี&lt;br /&gt;
หรือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน&amp;quot; ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ซึ่งมีระยะเวลา&lt;br /&gt;
การดำเนินโครงการถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2565 เพื่อให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีได้รับการอำนวย&lt;br /&gt;
ความยุติธรรมอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม และกระจายความแออัดของคู่ความที่มาศาล&lt;br /&gt;
อันจะทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งในปีงบประมาณนี้ มีศาลที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 145 ศาล โดยสำนักงานศาลยุติธรรมอนุมัติกรอบปริมาณคดีเพื่อให้ศาลดำเนินการตามโครงการ จำนวน 90,560 คดี&lt;br /&gt;
สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่ผ่านมาใน 135 ศาล ประสบความสำเร็จสามารถเร่งรัดจัดการคดี&lt;br /&gt;
ที่คั่งค้างได้เสร็จตามโครงการ ฯ จำนวน 86,498 คดี ซึ่งพบว่าความพึงพอใจในการรับบริการ&lt;br /&gt;
ของประชาชนและคู่ความตามโครงการดังกล่าวคิดเป็นคะแนน 4.72 จากคะแนนเต็ม 5&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;กระบวนการไกล่เกลี่ยยังเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยทำให้คดีความเสร็จไปด้วยความรวดเร็ว&lt;br /&gt;
และด้วยความพึงพอใจของคู่ความทุกฝ่าย ขณะที่คู่ความที่ประสงค์นำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการ&lt;br /&gt;
ไกล่เกลี่ย ศาลส่งเสริมให้ใช้ระบบ &amp;quot;การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์&amp;quot; ซึ่งสามารถดำเนินการได้&lt;br /&gt;
ทั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้อง เพื่อลดการเดินทางที่เสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรค โดยสถิติปี 2564&lt;br /&gt;
มีคดีที่เข้าสู่ระบบไกล่เกลี่ยออนไลน์ทั้งหมด 58,507 คดี ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 51,910 คดี&lt;br /&gt;
คิดเป็นร้อยละ 88.72 ทุนทรัพย์ที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 23,974,982,283.41 บาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;นอกจากนี้ ศาลยุติธรรมยังมี &amp;ldquo;ระบบ CIOS (ซีออส) หรือระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม&amp;rdquo; ที่ได้พัฒนาระบบเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่องและยังเป็นช่องทางหลัก&lt;br /&gt;
ที่เน้นให้คู่ความใช้บริการในช่วงการแพร่ระบาด COVID-19 ซึ่งสถิติการใช้งานเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;
เช่น มีการใช้บริการขอยื่นคำร้อง 308,557 คดี ขอคัดถ่ายเอกสารในสำนวนคดี 310,506 ครั้ง&lt;br /&gt;
ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด 27,226 คดี เป็นต้น และในปีที่ผ่านมายังได้ขยายการให้บริการเพิ่มเติม เช่น การยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิในการขอปล่อยชั่วคราวได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีผู้ยื่นขอประกันตัวผ่านออนไลน์แล้ว&lt;br /&gt;
จำนวน 1,306 คำร้อง รวมถึงบริการยื่นคำฟ้องหรือคำร้องขอตั้งต้นคดีในคดีครอบครัวที่มีผู้ยื่นฟ้อง&lt;br /&gt;
เข้ามาแล้วจำนวน 1,599 คดี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;และระบบ e-Filing (อีไฟลลิ่ง) ที่ให้บริการออนไลน์เช่นกันสำหรับการยื่น-ส่งคำคู่ความ&lt;br /&gt;
และเอกสารโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสถิติในปี 2564 มีการใช้บริการยื่นฟ้องออนไลน์ทั้งสิ้น 492,838 คดี&lt;br /&gt;
เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 64.31 (ปี 2563 มีการยื่นฟ้อง 299,939 คดี) หากเปรียบเทียบกับ&lt;br /&gt;
การยื่นฟ้องแบบปกติโดยตรงต่อศาลเป็นกระดาษ พบว่าการยื่นฟ้องผ่านระบบออนไลน์มีสัดส่วนมากกว่าประมาณ 1.5 เท่า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ในขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ยังไม่สิ้นสุด ศาลยุติธรรมได้ตระหนัก&lt;br /&gt;
ถึงความปลอดภัยในสุขอนามัย จึงวางมาตรการคุมเข้มในการป้องกันต่อความเสี่ยงการแพร่ระบาด&lt;br /&gt;
ทั้งการจัดหาและติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นในห้องพิจารณาคดี การเน้นย้ำมาตรการเว้นระยะห่าง และการคัดกรองผู้มีความเสี่ยง โดยกรณีที่คู่ความอาจมีความจำเป็นต้องเดินทางมาติดต่อราชการศาล เราได้พัฒนาระบบคัดกรองแบบออนไลน์ผ่าน &amp;quot;COJPASS&amp;quot; ซึ่งสามารถแปรผลได้ทันที หากพบว่าคู่ความมีความเสี่ยงสูงและมีความจำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาก็อาจใช้มาตรการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK มาตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินความเสี่ยงของการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้น มาตรการเหล่านี้และ COJPASS นี้&lt;br /&gt;
จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขอนามัยภายในศาลและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน&lt;br /&gt;
ที่ต้องเดินทางมาศาล&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;อย่างไรก็ดี ศาลยุติธรรมยังตระหนักถึงความสำคัญการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา&lt;br /&gt;
จำเลย ผู้เสียหายหรือเหยื่ออาชญากรรมเช่นเดียวกันเพื่อสร้างดุลยภาพแห่งสิทธิตามนโยบาย&lt;br /&gt;
ของประธานศาลฎีกาทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการจัดตั้ง &amp;quot;ศูนย์กลางข้อมูลผู้เสียหาย&amp;quot;&lt;br /&gt;
เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลและความประสงค์ในการใช้สิทธิทางศาลของผู้เสียหายที่สามารถแจ้งสิทธิได้โดยสะดวกตั้งแต่แจ้งความดำเนินคดีโดยไม่ต้องรอให้มีคดีมาถึงศาลก่อน หลังจากที่ศาลยุติธรรมได้จัดตั้งศูนย์ ฯ เมื่อเดือน ก.พ.64 ที่ผ่านมา ตามสถิติมีผู้เสียหายยื่นความประสงค์เข้ามาจำนวน 4,465 เรื่อง&lt;br /&gt;
โดยต้องการให้ช่วยเหลือเยียวยา ทั้งในเรื่องคุ้มครองความปลอดภัย 1,776 เรื่อง, ห้ามผู้ถูกกล่าวหา&lt;br /&gt;
หรือจำเลยคุกคามหรือเข้าใกล้ 695 เรื่อง, ขอจัดการทนายความ 519 เรื่อง, ค่ารักษาพยาบาล 626 เรื่อง&lt;br /&gt;
รวมทั้งประสงค์ยื่นคำร้องขอให้ชดเชยค่าสินไหมทดแทน 2,483 เรื่อง และขอคัดค้านการประกันตัว 1,066 เรื่อง เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ส่วนการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาและจำเลย ในการขอปล่อยชั่วคราว ศาลยุติธรรม&lt;br /&gt;
ก็ได้พิจารณาอย่างเต็มที่ภายใต้การใช้ดุลยพินิจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และตามแนวทางลดการคุมขัง&lt;br /&gt;
ที่ไม่จำเป็นของประธานศาลฎีกา ในรอบปี 2564 มีคำร้องที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้น&lt;br /&gt;
จำนวน 245,901 คำร้อง ซึ่งมีทั้งลักษณะเป็นแบบคำร้องทั่วไปและแบบคำร้องใบเดียว โดยจากคำร้องทั้งหมดศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว จำนวน 219,784 คำร้อง คิดเป็นร้อยละ 89.38&lt;br /&gt;
โดยลักษณะของการอนุญาตปล่อยชั่วคราวนั้นมีทั้งแบบมีสัญญาประกัน ไม่มีสัญญาประกัน&lt;br /&gt;
ประเมินความเสี่ยง การตั้งผู้กำกับดูแล การติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กําไล EM) และแบบมีการกำหนดหลักประกันวางหลักทรัพย์ ในส่วนการยื่นขอปล่อยชั่วคราวและอุทธรณ์คำสั่งการปล่อยชั่วคราว&lt;br /&gt;
ต่อศาลสูงนั้น ศาลก็ได้นำมาตรการตั้งผู้กำกับดูแล การติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กําไล EM)&lt;br /&gt;
และการกำหนดหลักประกัน มาใช้เช่นเดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;นอกจากนี้ การลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นในส่วนของคดีที่อาจจะมีการกำหนดโทษปรับไว้&lt;br /&gt;
ซึ่งหากจำเลยไม่ชำระค่าปรับก็จะต้องถูกดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายในการกักขังแทนค่าปรับนั้น&lt;br /&gt;
ศาลยุติธรรมก็มีโครงการบริการสังคมแทนค่าปรับด้วย ซึ่งนับตั้งแต่ที่ได้ดำเนินการมาเดือน พ.ย.63 - พ.ย.64&lt;br /&gt;
สถิติสรุปรายงานผลการทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์แทนค่าปรับทั้งสิ้น 23,754 คดี โดยประเภทงานที่มีผู้แจ้งขอทำมากที่สุด ได้แก่ งานบริการสังคมหรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์&lt;br /&gt;
ที่ไม่ต้องใช้ความรู้ งานวิชาชีพงานช่างฝีมือหรืองานที่ต้องใช้ความชำนาญหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ&lt;br /&gt;
งานช่วยเหลือดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์หรือสถานพยาบาลและงานวิชาการหรืองานบริการ&lt;br /&gt;
ด้านการศึกษา และงานอื่น ๆ ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจะกำหนดจำนวนชั่วโมงการทำงาน&lt;br /&gt;
ให้ลดน้อยลง ตามลำดับ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;แนวทางต่าง ๆ ที่ศาลยุติธรรมได้ดำเนินการมาตลอดช่วง ปี 2564 ศาลได้ยึดมั่นอยู่บนหลักการอำนวยความยุติธรรมรูปแบบ &amp;ldquo;ความยุติธรรมที่เข้าถึงง่าย EASY ACCESS TO JUSTICE&amp;rdquo; ตามนโยบายของท่านประธานศาลฎีกา ที่จะส่งเสริมบทบาทศาลยุติธรรมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้หลักนิติธรรม การสร้างหลักประกันการพิจารณาคดีที่ปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างสรรค์ระบบงานให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพความก้าวหน้าและสุขภาวะที่ดีของบุคลากร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;ทั้งนี้ &amp;ldquo;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;rdquo; ได้กล่าวถึงแผนดำเนินงานอำนวยความยุติธรรม&lt;br /&gt;
ผ่านการวางระบบบริหารจัดการคดีในปี 2565 ว่า ภายใต้นโยบายของ น.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม&lt;br /&gt;
ประธานศาลฎีกา คนที่ 47 ศาลยุติธรรมมุ่งยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมถึงการบริโภควิถีใหม่&lt;br /&gt;
โดยมีแผนจัดตั้ง &amp;quot;แผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย&lt;br /&gt;
จากการซื้อขายสินค้าบริการทางออนไลน์ ซึ่งประชาชนสามารถยื่นฟ้องได้ด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านระบบ e-Filing ขณะนี่อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบและประสานงานกับองค์กรภาคีต่าง ๆ&lt;br /&gt;
เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินคดีอันเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระให้แก่ผู้บริโภค&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;สำหรับแผนงานเกี่ยวกับการพัฒนาด้านดิจิทัลของศาลในอนาคต สำนักงานศาลยุติธรรม&lt;br /&gt;
มีโครงการที่จะพัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้น โดยจะนำระบบการพิสูจน์และยันยันตัวตน รวมถึงการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มาสนับสนุนทำให้เกิดความมั่นใจในระบบเทคโนโลยี&lt;br /&gt;
ของศาลยุติธรรมยิ่งขึ้น โดยจะมีการนำระบบ COJ Connect ที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มการให้บริการต่าง ๆ&lt;br /&gt;
เข้าด้วยกันซึ่งจะทำให้ประชาชนและคู่ความเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;สำนักงานศาลยุติธรรมยังมีความร่วมมือกับฝ่ายบริหารและหน่วยงานอื่นในการร่วมแก้ไขภาระหนี้สินภาคประชาชน โดยสนับสนุนให้มีการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินต่าง ๆ ผ่านระบบของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรม หรือ TBMC ซึ่งในอนาคตน่าจะทยอยนำปัญหาหนี้สินด้านต่าง ๆ เข้ามามากขึ้นเพื่อเป็นการร่วมแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม&lt;br /&gt;
อีกทางหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า &amp;ldquo;ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด&lt;br /&gt;
โรค COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคมมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 2 ปี&lt;br /&gt;
ที่ผ่านมา กระทั่งทั้งหน่วยงานราชการและภาคเอกชนต่าง ๆ ต้องปรับรูปแบบการดำเนินการวิถีใหม่&lt;br /&gt;
หรือ New Normal ไปด้วยกันนั้นอย่างเหมาะสม ศาลยุติธรรมก็จะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาด้านต่าง ๆ เช่นกัน โดยจะพยายามนำนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ให้มากขึ้น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา&lt;br /&gt;
ในกระบวนการยุติธรรมเหมือนดั่งเช่นที่เคยเชื่อมั่นตลอดมาที่จะคงอำนวยความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เสมอภาค เป็นธรรม รวมถึงความเข้มงวดสร้างความปลอดภัยเมื่อเดินทางมาติดต่อราชการศาล&lt;br /&gt;
ศาลเราพร้อมเป็นที่พึ่งประชาชนอย่างแท้จริงทุกด้าน และเป็นความยุติธรรมที่ให้ประชาชนเข้าถึงง่ายสอดรับกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ของประชาชน&amp;rdquo;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size:26px;&quot;&gt;**********************************&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
</description>
                </item></channel></rss>