หน้าแรก | ข่าวประชาสัมพันธ์  | กระดานถาม-ตอบ  | บริการค้นหาข้อมูลคดี  | ระบบงานศาลยุติธรรม   |
  ศาลจังหวัดนครพนม
วันอังคารที่ 2 กันยายน 2557  
หน้าแรก 
ข้อมูลทั่วไปของหน่วยงาน 
คณะตุลาการศาลยุติธรรม 
คณะผู้ประนีประนอมประจำศาล 
ข้าราชการศาลยุติธรรม 
สถานที่ตั้ง  
เขตอำนาจศาล  
อัตราค่าส่งหมาย  
แบบฟอร์มต่างๆ 
ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์ม  
หนังสือเวียน 
ลิงค์กระบวนการยุติธรรม 
ค่าธรรมเนียมศาล  
กรมบัญชีกลาง 
สำนักกฎหมายและวิชาการฯ 
ห้องสมุดอิเลคทรอนิกส์ฯ 
นโยบายของประธานศาลฏีกา 
ระบบรายงานการใช้จ่ายเงิน 
แจ้งผลความคิดเห็น  
โครงการคืนเงินฯ  
อัตราค่าส่งคำคู่ความทั่วประเทศ 
ผู้ดูแลระบบ 


ประวัติศาลจังหวัดนครพนม


                  อาคารศาลจังหวัดนครพนม เดิมนั้น ก่อสร้างเมื่อ พุทธศักราช 2460 ในที่ดินแปลงริมฝั่งแม่น้ำโขง หันหน้า สู่แม่น้ำโขง ตรงข้ามกับเมืองท่าแขก ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นอาคารตึก แบบโบราณชั้นเดียว เสาผนังก่ออิฐถือปูน ไม่มีโครงเหล็ก คาน พื้น เพดาน และโครงหลังคา ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มีห้องพิจารณา หลังแรก 1 ห้อง

                  ประมาณปี พุทธศักราช 2505 กระทรวงยุติธรรม จึงให้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างอาคาร จังหวัดนครพนมใหม่ เป็นอาคารตึก 2 ชั้น ขนาด 4 บัลลังก์ หลังคาทรงไทย ตามแบบและรายการก่อสร้างของ กรมโยธาเทศบาล ในวงเงินงบประมาณ 1,000,000 .- บาท

                  ต่อมาในปีงบประมาณ พุทธศักราช 2539 กระทรวงยุติธรรม ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 52,500,000 .- บาท เพื่อต่อเติมอาคารหลังเดิมเป็นอาคาร 3 ชั้น 6 บัลลังก์ มีห้องประชุม ห้องผู้พิพากษาหัวหน้าศาล และจัดให้มีห้องพักผู้พิพากษา โรงอาหาร โรงจอดรถ และศาลาที่พัก (สำหรับประชาชน) 1 หลัง และมีหน่วยงานราชการ ขออาศัยอยู่ชั่วคราว ได้แก่ ศาลจังหวัดนครพนม (แผนกคดีเยาวชน และครอบครัว)

 

ปัจจุบันนี้  ศาลเดิมยังมีสภาพตามที่อนุรักษ์ไว้


ประวัติความเป็นมาของจังหวัดนครพนม

      จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประวัติสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี  ซึ่งเดิมพื้นที่จังหวัดนครพนมเคยเป็นมหานครของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ที่รุ่งเรืองในอดีตประมาณราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12 ป็นอาณาจักรอิสระไม่ขึ้นกับใคร  มีอาณาจักรร่วมสมัยคือ อาณาจักรทวาราวดี อาณาจักรละโว้ และอาณาจักรศรีวิชัย เป็นต้น  ซึ่งอาณาจักรต่างๆ ได้ผลัดเปลี่ยนกันมีอำนาจเหนืออาณาจักรอื่น ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ได้เสื่อมอำนาจลง ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรขอม  ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 18  ชื่อของ  ศรีโคตรบูรณ์ ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในนาม เมืองโคตรบูรณ์  เป็นเมืองในอาณาจักรล้านช้าง  มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง โดยพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ทรงสร้างเมืองที่ปากห้วยหินบูรณ์ (ปากห้วยบรรจบลำน้ำโขงฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอท่าอุเทน  เหนือเมืองนครพนม) ให้ชื่อเมืองใหม่ว่า  ศรีโคตรบูรณ์ สืบราชสมบัติมาได้หลายองค์  ต่อมาย้ายเมืองมาตั้งที่ป่าไม้รวก ห้วยศรีมัง ริมแม่น้ำโขงฝั่งซ้าย  (คือเมืองเก่าใต้เมืองท่าแขกในปัจจุบัน) ถึงปี .. 2297  มีพระนครานุรักษ์  ครองเมืองศรีโคตรบูรณ์ มีความเห็นว่าเมืองมิได้ตั้งอยู่ที่ปากห้วยหินบูรณ์แล้ว จึงได้เปลี่ยนนามเมืองใหม่ว่า  เมืองมรุกขนคร  เพราะถือว่าสร้างขึ้นในดงไม้รวก  นามเมืองศรีโคตรบูรณ์ จึงได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งนั้น

 

        ปีพ..2230ย้ายเมืองมาตั้งทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ปากห้วยบังฮวกบรรจบกับแม่น้ำโขง (ปัจจุบันอยู่ระหว่างบ้านดอนนางหงส์ท่า ตำบลดอนนางหงส์  อำเภอธาตุพนม  เลยลงไปถึงบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม)เมืองรุกขนคร เมื่อย้ายมาตั้งที่ปากห้วยบังฮวก โดยประมาณ 20 ปีน้ำได้กัดเซาะตลิ่งพังลงมามากจึงได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนมปัจจุบันไปทางทิศใต้ประมาณ  4  กิโลเมตร)ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า นครบุรีราชธานี

        ปี พ.. 2337 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองเสียใหม่ว่า เมืองนครพนม  ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ  การที่พระราชทานนามว่า เมืองนครพนม สันนิษฐานได้ว่าอาจจะเนื่องด้วยแต่เดิมเมืองนี้เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน  เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  จึงให้ใช้คำว่า นคร หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า นคร นี้  อาจรักษาชื่อเมืองเดิมคือเมืองนครบุรีราชธานีไว้  ส่วนคำว่า พนม  อาจ จะเนื่องด้วยจังหวัดนี้มีองค์พระธาตุพนมประดิษฐานอยู่ หรืออาจจะเนื่องจากเดิมมีอาณาเขตกินไปถึงดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง คือบริเวณเมืองท่าแขก ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมายไปถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม  จึงใช้คำว่า  พนม  เพราะแปลว่า  ภูเขา

        จังหวัดนครพนมมี องค์พระธาตุพนมเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาลเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวลาว  มีงานเฉลิมฉลององค์พระธาตุพนมในระหว่างวันเพ็ญเดือนสามของทุกปี   

ที่ตั้งและอาณาเขต

      จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดชายแดน ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  มีลักษณะเป็นแนวยาวตามฝั่งของแม่น้ำโขง ประมาณ 153 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16 - 18 องศาเหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 104 – 105 องศาตะวันออก มีระยะห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 735 กิโลเมตร จังหวัดนครพนมมีเนื้อที่ประมาณ 5,512.668 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,445,418 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 140 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตใกล้เคียง  ดังนี้

ทิศเหนือ          ติดต่อกับเขตอำเภอเซกา  จังหวัดหนองคาย

ทิศใต้             ติดต่อกับเขตอำเภอดงหลวง  อำเภอหว้านใหญ่  จังหวัดมุกดาหาร

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับแขวงคำม่วนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

                                    โดยมีแม่น้ำโขงเป็นที่กั้นพรมแดน

ทิศตะวันตก       ติดต่อกับเขตอำเภอกุสุมาลย์  อำเภออากาศอำนวย  จังหวัดสกลนคร

การแบ่งเขตการปกครอง
       ในปี ..2545 จังหวัดนครพนม  แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 12 อำเภอ โดยมีอำเภอ  ดังนี้  อำเภอเมืองนครพนม  อำเภอท่าอุเทน  อำเภอธาตุพนม  อำเภอนาแก อำเภอนาหว้า อำเภอบ้านแพง  อำเภอปลาปาก อำเภอโพนสวรรค์  อำเภอเรณูนคร  อำเภอศรีสงคราม  อำเภอนาทม และอำเภอวังยาง

สภาพภูมิประเทศลักษณะภูมิประเทศ  แบ่งเป็น  2  เขต คือ
เขต ตอนเหนือ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินสูงและที่ดอน มีป่าไม้สลับกับพื้นที่ราบใช้ทำนา ทางเหนือสุดของจังหวัดในเขตอำเภอบ้านแพงมีเทือกเขาภูลังกาทอดผ่าน นอกจากนี้ยังแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน คือแม่น้ำสงครามและแม่น้ำอูน สำหรับอำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอท่าอุเทน อำเภอนาหว้า อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอนาทม

เขต ตอนใต้ พื้นที่บริเวณใกล้แม่น้ำโขงทางทิศตะวันออก เป็นที่ราบลุ่ม ส่วนทางทิศตะวันตกซึ่งอยู่ห่างจากแม่น้ำโขงออกไปมีพื้นที่ดอนมีสภาพเป็นป่า เต็งรัง พื้นดินส่วนมากมีลักษณะเป็นหินลูกรัง บางแห่งมีลักษณะที่เนินและที่ราบสลับกัน มีแม่น้ำก่ำไหลผ่านพื้นที่ทางใต้สุดของจังหวัด ในเขตอำเภอนาแกมีเทือกเขาภูพานทอดเป็นแนวกั้นเขตระหว่างจังหวัดนครพนมและ จังหวัดมุกดาหาร สำหรับอำเภอที่อยู่ในเขตนี้ได้แก่ อำเภอเมืองนครพนม อำเภอเรณูนคร อำเภอธาตุพนม อำเภอปลาปาก อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง 

สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล

         จังหวัด นครพนม เป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุก ทั้งนี้เพราะได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนในทะเลจีนใต้และได้รับอิทธิพลจาก ป่าไม้และเทือกเขาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

จังหวัดนครพนม  มี  3  ฤดู  คือ

-  ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ฤดูร้อนจะมีอากาศอบอ้าว อุณหภูมิเฉลี่ย 25-35 องศาเซลเซียส

-  ฤดู ฝน เริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม ในบางส่วนของจังหวัดมีฝนตกชุกมาก โดยเฉพาะอำเภอที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงจะประสบอุทกภัย ได้รับคเสีย         หายเป็นประจำทุกปี เช่น อำเภอเมือง อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน เป็นต้น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี

- ฤดูหนาว  เริ่มตั้งแต่  ปลายเดือนตุลาคม  ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยทั่วไปอากาศจะหนาวเย็นอุณหภูมิเฉลี่ย 15-25 องศาเซลเซียส
สถิติอุตุนิยมวิทยา

       เนื่อง จากจังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ราบสูง และเต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีบางส่วนเป็นป่าทึบหนาแน่น อากาศจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และหนาวจัดในฤดูหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25.9 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 21.1 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.2 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอากาศร้อนจัดที่สุด คือเดือนเมษายน  อุณหภูมิสูงที่สุดวัดได้ 42.0 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2516 และวันที่ 14 เมษายน 2526 ส่วนในฤดูหนาววันที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุด  อุณหภูมิต่ำสุดที่วัดได้ 3.1  องศาเซลเซียส  เมื่อวันที่ 11  มกราคม 2498

แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ

แหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัดนครพนม  ได้แก่

แม่น้ำโขงป็นแม่น้ำที่มีความลึกและความยาวมาก    เป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยถือเอาร่องน้ำลึกเป็นแนว  เขต

ลำน้ำสงครามต้นกำเนิดในท้องที่อำเภอหนองหานจังหวัดอุดรธานี ไหลผ่านท้องที่อำเภอเซกาจังหวัดหนองคาย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ผ่านอำเภอศรีสงคราม และลงสู่แม่น้ำโขงที่ตำบลไชยบุรี  อำเภอท่าอุเทน

ลำน้ำยามต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร ไหลผ่านท้องที่อำเภอศรีสงคราม มาบรรจบลำน้ำสงครามที่บ้านปากยาม  ตำบลสามผง อำเภอศรีสงคราม

ลำน้ำก่ำต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร ไหลลงสู่น้ำโขงที่ตำบลน้ำก่ำ  อำเภอธาตุพนม

ลำน้ำอูนต้นกำเนิดในท้องที่จังหวัดสกลนคร  เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอท่าอุเทนกับอำเภอศรีสงคราม


จำนวนผู้เยี่ยมชม : 2847