|
:: วิสัยทัศน์ ::
|
| |
|
ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาเป็นองค์กรที่อำนวยความยุติธรรมให้แกประชาชนอย่างเสมอภาค รวดเร็ว เที่ยงธรรม บริหารจัดการงานคดีอย่างมีประสิทธิภาพ มีบุคลากรเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านจริยธรรม และคุณธรรมของสังคม
|
| |
|
:: พันธกิจ ::
|
| |
1. พิจารณาพิพากษาคดี อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและเป็นธรรม
2. สร้างระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้มีปนะสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับของคู่ความ
3. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเสมอภาค
4. พัฒนาบุคลากร และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยต่อเนื่องเพื่อการให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ |
| |
|
:: คำขวัญ ::
|
| |
|
"อำนวยความยุติธรรมอย่างเป็นเลิศ
เป็นบ่อเกิดศาลยุติธรรมนำสมัย
ใช้เทคโนโลยีมุ่งบริการสราญใจ
รักษาไว้ซึ่งคุณธรรมประจำตน"
|
| |
|
:: ประวัติความเป็นมา ::
|
| |
อาคารศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาสร้างขึ้นเมื่อ ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2452) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอาคารตึกสองชั้น มีห้องพิจารณา 4 ห้อง ใช้เป็นที่ทำการศาลมณฑลกรุงเก่า (มณฑลอยุธยา) เมื่อยกเลิกศาลมณฑลในปี พ.ศ. 2476 ให้ศาลมณฑลมีฐานะเป็นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาตลอด เมื่อปี พ.ศ.2500 พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเขตอำนาจและวันเปิดทำการของศาลแขวงในบางจังหวัด พ.ศ.2500 ได้จัดตั้งศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาขึ้น จึงได้มีการแบ่งอาคารบางส่วนเป็นที่ทำการศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา

เดิมราชการศาลยุติธรรมได้อาศัยที่ในพระราชวังจันทร์เกษมเป็นที่ตั้งศาลแม่โดยพระบรมราชานุญาต ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นการชั่วคราว รวมทั้งที่ว่าการศาลมณฑลกรุงเก่าในสถานที่นั้นก็อยู่ในสถานะเดียวกันนับแต่สมัย ร.ศ.111(พ.ศ. 2435) ซึ่งได้จัดตั้งกระทรวงยุติธรรมขึ้นแล้ว ทางราชการกระทรวงพยายามปรับปรุงระบบการศาลในกรุงเทพฯ และหัวเมือง ด้านหัวเมืองเริ่มจัดในมณฑลกรุงเก่าเป็นมณฑลแรก
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งมณฑลเทศาภิบาล โปรดให้ซ่อมพระที่นั่งพิมานรัตยาและพลับพลาจัตุรมุขในพระราชวังจันทร์เกษมใช้เป็นที่ว่าราชการมณฑล และทรงให้ส่วนหนึ่งของพระที่นั่งพิมานรัตยาเป็นที่ทำการศาลมณฑลด้วยดังที่กล่าวมาแล้ว พระที่นั่งพิมานรัตยาเป็นพระที่นั่งที่ปรักหักพังในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตามแบบเดิมครั้งถึงรัชการที่ 5 พระที่นั่งจึงเก่าแก่อาคารคับแคบเพราะต้องอยู่ร่วมกับที่ว่าการศาลมณฑล
ด้วยเหตุนี้ ข้าราชการจึงร้องเรียนไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอสร้างที่ทำการศาลถาวร (ศาลมณฑลกรุงเก่า) ใน พ.ศ. 2452 (ร.ศ. 127) ตกลงว่าให้สร้างระหว่างพระราชวังจันทร์เกษมกับที่ว่าการหอทะเบียนซึ่งเป็นที่ลุ่ม ต้องจัดการถมที่ก่อน ผู้รับเหมาก่อสร้างคือ จีนจง กำหนดแล้วเสร็จทำพิธีเปิดศาล ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 พระยาโบราณบุรานุรักษ์ (พร เตชะคุปต์) ข้าหลวงเทศาภิบาลเป็นประธานลักษณะศาลเป็นตึกสองชั้น ชั้นบนเป็นศาลแพ่ง และศาลมณฑล ชั้นล่างเป็นศาลอาญา

ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา อยู่ในย่านชุมชน ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึงเมื่อถึงฤดูหลากเป็นบางปี มีเขตอำนาจครอบคลุมทั้งจังหวัด รวม 16 อำเภอ เดิมศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ไม่มีอาคารเป็นเอกเทศของตนเอง ได้อาศัยส่วนหนึ่งของอาคารศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเดิมคือที่ทำการศาลมณฑลกรุงเก่า โดยใช้ด้านขวาชั้นล่าง เป็นที่ทำการ ห้องธุรการ 1 ห้อง ห้องพิจารณา 1 ห้อง และห้องผู้พิพากษา 1 ห้อง ตั้งแต่เริ่มเปิดทำการศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา
ต่อมาศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับงบประมาณสร้างอาคารใหม่ ได้ย้ายที่ทำการไปอยู่ ณ ที่อาคารศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่สร้างใหม่ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2521 ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาจึงได้ครอบครองอาคารศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังเดิมตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยามีห้องผู้พิพากษา 1 ห้อง ห้องพิจารณาคดี 4 ห้อง และห้องธุรการ 2 ห้อง อาคารศาลนับถึงบัดนี้มีอายุ 99 ปีเศษแล้ว แต่สภาพโดยทั่วไปมั่นคงแข็งแรง เมื่อ พ.ศ. 2525 กระทรวงยุติธรรมได้จัดสรรงบประมาณสำหรับซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา โดยเปลี่ยนพื้นปูนและลงหินขัด เปลี่ยนหลังคา ทาสีใหม่ ถมดินทำถนน ทำรั้วใหม่ ทำให้อาคารศาลได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์เมื่อปี พ.ศ. 2530 นับเป็นครั้งแรกของกระทรวงยุติธรรมที่ได้รับรางวัลนี้

และในปี พ.ศ. 2547 ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานศาลยุติธรรม ให้ซ่อมบำรุงบัวปูนปั้นประตูและหน้าต่าง ตลอดจนทาสีด้านนอกทั้งอาคาร ปีถัดมาได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารภายในศาลและอาคารโดยรอบ
|